เกาลัดไทย ต้นกำเนิดและวิธีการปลูก รวมทั้งสรรพคุณและประโยชน์

เกาลัด ไทย

สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน  และไต้หวัน เกาลัดไทย แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นไม้ไทย
แต่เหตุผลที่มีชื่อเรียกว่า เกาลัดไทย ทั้งที่มีต้นกำเนิดมาจากจีนเพราะ ไม่ได้อยู่ในวงค์เดียวกับเกาลัดญุี่ปุ่น หรือ เกาลัดยุโรป
บางคนจึงเรียกอีกเชื่อว่า “เกาลัดเทียม” หรือ เกาลัดกำมะหยี่ อาศัยอยู่ในป่าชื้นหนาแน่นที่ระดับความสูงต่ำและปานกลาง ปัจจุบันได้มีการแพร่กระจายไปยัง อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย

เมล็ดเกาลัดไทยจะมีเปลือกหุ้มสีเขียวไม่มีขน เมื่อผลเริ่มสุกเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ใบเรียบไม่มีรอยหยักเหมือนกับ
เกาลัดญี่ปุ่น ดอกเกาลัดไทยจะออกเป็นช่อทำให้ดูสวยงาม จึงสามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับและต้นให้ร่มเงาได้ดี
นอกจากนี้เกาลัดไทยยังถือว่าเป็นไม้มงคลอีกประเภทหนึงอีกด้วย

แนะนำอ่านเพิ่มเติม >> ทำความรู้จัก เกาลัดญี่ปุ่น

สารบัญเนื้อหา

  • ชื่อทางวิทยาศาสตร์เกาลัดไทย
  • เกาลัดไทยเป็นไม้ประดับและไม้มงคล
  • ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
  • 5 วิธีการเพาะปลูกเกาลัดไทย
  • สรุปประโยชน์และสรรพคุณของเกาลัดไทย

 

เกาลัดไทย

ชื่อ: เกาลัดไทย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : sterculia monosperma
ชื่อวงศ์ : sterculiaceae
ต้นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและไต้หวัน

 

เกาลัดไทยเป็นไม้ประดับและไม้มงคล

คนไทยส่วนมากนิยมนำต้นเกาลัดไทยมาปลูกเป็นไม้ประดับ เพื่อตกแต่งสวนของตนเองให้มีความสวยงาม
เนื่องจากเกาลัดไทยจะมีช่อดอกออกมาอยู่เป็นประจำ และเมื่อถึงช่วงออกผลแล้วนั่น ผลจะมีเปลือกกำมะหยี่สีแดงรูปร่างมนรีอยู่ที่ปลายกิ่งเป็นกลุ่มจำนวนมาก

ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาตกแต่งสวน อีกทั้งเกาลัดไทยเรียกได้ว่าเป็นไม้มงคลอีกประเภทหนึ่งอีกด้วย นอกจากนี้เกาลัดไทยไม่ได้เป็นแค่ไม้ประดับหรือไม้มงคลอย่างเดียว ผลของเกาลัดยังสามารถนำมาคั่วหรือต้มให้สุกเพื่อนำมาเป็นอาหารว่างที่ประโยชน์อีกชนิดเลยก็ว่าได้

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้นของเกาลัดไทย

ลำต้น

เป็นไม้ยืนต้นรูปทรงกระบอกสูง มีความสูงประมาณ 10-30 เมตร  ลำต้นเรียบหรือมีร่องเล็กน้อยตามยาวเปลือกสีน้ำตาลอมเทา

 

ใบของเกาลัดไทย

ใบไม้

ใบมักจัดเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งบน เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ใบเรียบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อบ ยาว 8 – 25 ซม. กว้าง 5 – 15 ซม. ใบมีก้านใบสั้น 2 – 3.5 ซม.

ดอกของเกาลัดไทย

ดอก

เป็นช่อแยกแขนงไปตามปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 20 -35 ซม. มีดอกเพศเดียวกันจำนวนมากบนต้นเดียวกัน   ก้านมีขนสีแดง ไม่มีกลีบดอก แต่มีกลีบเลี้ยงสีขาวครีมรูประฆัง (ชั้นนอกสุดของดอกไม้) ซึ่งจะกลายเป็นสีแดง เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม กลีบเลี้ยงมีเส้นตรง 5 – 6 กลีบที่โค้งเข้าหาศูนย์กลางและรวมกันที่ปลาย

 

ผลและเมล็ดของเกาลัดไทย
ผลและเมล็ด

ผลคล้ายหนังสีแดงสดมีขนคล้ายกำมะหยี่ ซึ่งแตกออกตามตะเข็บ 1 ตะเข็บ รูปมนหรือค่อนข้างกลม ยาว 5 ซม. กว้าง 2 – 3 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม. หากผลยังไม่สุกเปลือกหุ้มจะเป็นสีเขียว ผลออกรวมกันเป็นกลุ่ม ก้านช่อผลยาวถึง 20 ซม
เมื่อผลสุกเปลือกจะแตกแยกออกจากกัน เมล็ดมีสีน้ำตาล เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. แต่ละผลมี 1-2 เมล็ด

 

 

การปลูกเกาลัดไทย

5 วิธีการเพาะปลูกเกาลัดไทย
(เกาลัดไทยสามารขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดและการตอนกิ่ง) 

1. เกาลัดไทยสามารถเพาะปลูกได้ในพื้นที่เขตภูมิอากาศแบบเขตร้อนหรือกึ่งร้อน และอบอุ่นเพียงเล็กน้อย

2. เกาลัดไทยต้องหารแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน เพื่อทำให้เกาลัดสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ หากได้รับแสงแดดน้อย ไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการเจริยเติบโตช้าลง

3. ควรปลูกเกาลัดในดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดี ในพื้นที่ปลูกเกาลัดไทยอากาศต้องถ่ายเทได้สะดวกต้องการความชื้นสูง และที่สำคัญไม่ควรให้ภายในบริเวณที่ปลูกมีน้ำขัง เนื่องจากเกาลัดไทยไม่ทนต่อสภาพน้ำที่ขังค้างได้

4. เกาลัดจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดินร่วนปนทราย เนื้อดินลึก และควรมีอินทรีย์วัตถุในปริมาณที่มากพอสมควร ไม่ควรปลูกในบริเวณที่ดินเหนียวจัด

5. ใน 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยคอกให้ยิปซินธรรมชาติ อย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง และควรใส่ปุ๋ยให้มีลักษณะคลุมโคยต้นด้วยเศษพืชแห้งๆให้หนาเต็มตามบริเวณโคน เป็นทรงงพุ่ม ที่สำคัญควรมีการให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพหรือจุลินทรีย์ อย่างน้อย 1-2 ครั้ง ต่อเดือน

แนะนำอ่านเพิ่มเติม >>  4 สายพันธุ์หลัก เกาลัดที่คนไทยนิยมนำมารับประทาน

สรุปประโยชน์และสรรพคุณของเกาลัดไทย

  1. ช่วยบำรุงตับและไต
  2. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  3. ช่วยรักษาโรคบิดและอาเจียน
  4. ต้นเกาลัดไทยสามารถให้ร่มเงาได้อย่างดี
  5. เสริมความเป็นสิริมงคลและความสวยให้แก่บ้าน
  6. ผลของเกาลัดไทยเมื่อสุกสามารถนำมาปรุคั่วหรือต้มเพื่อรับประทานได้
  7. เกาลัดไทยมีเรซินมาก (ยางไม้) สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมได้
  8. ไม้ของเกาลัดไทย สามารถนำมาเป็นประยุกต์เป็นเฟอร์นิเจอร์ได้

แนะนำอ่านเพิ่มเติม

>>>เกาลัด

>>>ขั้นตอนง่ายๆ การอุ่นเกาลัดที่บ้าน